@@@ รวมเทคนิค มวยอยากแพ้และเทคนิคการเล่นมวยแต่ล่ะช่อง สำหรับมือใหม่ โดย เต้ เยาวราช @@@




อีเมล์ ::   
รหัสผ่าน ::

  • หน้าแรก
  • สมัครสมาชิก
  • ลืมรหัสผ่าน
  • IP ของคุณคือ 54.224.117.125

    รักนักมวยดอทคอม วิจารณ์มวยไทย7สี ซิก เรตมวย พากย์คาหู โดย มวยหูคุณภาพ จากทีมงานรักนักมวยดอทคอม

    กฏ กติกา 
    :ห้ามโพสถ้อยคำสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความแตกแยก!(โทษแบน)
    :ห้ามโพสเรื่องราวหรือความคิดเห็นด้านการเมือง รูปนักการเมือง เพื่อป้องกันการแตกแยก แตกความสามัคคี (โทษแบน)
    :
    ทุกการกระทำที่เกิดขึ้นในการโพสต์เว็บบอร์ด ต้องรับผิดชอบต่อไอดีของท่านเอง
    :ห้ามลงโฆษณาหรือเบอร์โทรศัพท์ทุกกรณี(ยกเว้นผู้สนับสนุนหลัก)

    ช่อง True4U.. พลายเงิน 3/2.. ศิลธรรม 7/4.. เพชรเดินชน 5/4.. ชาลาวัน 5/4.. รับมวยเด็ด กด *489923301 **โดย มวยหูมวยไทยทีเด็ด 0837317500 หรือ1900222139 หรือ *499212 หรือ *499312
    @@@ รวมเทคนิค มวยอยากแพ้และเทคนิคการเล่นมวยแต่ล่ะช่อง สำหรับมือใหม่ โดย เต้ เยาวราช @@@
    กระทู้ที่ 42 
    วันที่ / เวลา 09 ก.ค. 2556 06:56:27 
    โดย เต้ เยาวราช  
    IP. 210.1.61.232  
    4
       
    แก้ไขล่าสุด 06:56:27 , 30 มิ.ย. 2562

    ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า ไม่ได้จะมาอวดภูมิหรือมาสอนจระเข้ว่ายน้ำ แต่ผมเห็นมีมือใหม่ที่คิดจะเข้ามาสู่เส้นทางแห่งการเล่นมวย ซึ่งหลายๆท่านก็เล่นมวยเก่งและเก๋าในเวทีนี้แล้ว แต่ก็มีอกหลายๆท่านที่เพิ่งเข้ามาและยังตามเล่ห์เหลี่ยมพวก เสือ สิงห์ กระทิง แรด ไม่ทัน.....เทคนิคที่ผมลงนี้เป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆที่อาจจะมีประโยชน์สำหรับท่านมือใหม่ เอาไว้ใช้และฉุกคิดในเวลาเล่น เพื่อไม่ให้เสียเปรียบหรือหากจะเสียเปรียบก็คงน้อยลงกว่าเดิม ซึ่งเทคนิคเหล่านี้เป็นเทคนิคที่ผมใช้เล่น อาจจะไม่สมบูรณ์แบบแต่เชื่อว่าถ้าท่านมือใหม่นำเทคนิคเล็กๆน้อยๆนี้ไปใช้ ท่านอาจจะไม่ใช่หมูที่ให้พวกเสือขย้ำกินอีกก็ได้ เทคนิคของผมมีอะไรบ้าง ลองมาอ่านดูครับ.....

    เริ่มจาก "หู" ก่อนนะครับ.....

    หูที่เราควรเลือกใช้ ควรประกอบด้วยอะไรบ้าง??

    "หู"นัันมีโฆษณาให้เห็นมากมาย มีเป็นร้อยๆเจ้าให้เลือกใช้ แต่การที่จะหาหูที่ดีและมีคุณภาพนั้น หายากมากถึงมากที่สุด บางท่านเปลี่ยนหูมามากมายหลายเจ้าก็ยังไม่เจอที่ถูกใจ ผมบอกได้เลยว่าจะหาหูที่เพอร์เฟค สมบูรณ์แบบเลยนั้น แทบไม่มี บางคนอยากได้หูแบบมีของโกง ซึ่งส่วนมากก็จะเจอของเก๊ทั้งนั้น ทีนี้เราลองมาดูว่า หลักในการเลือกหูมีอะไรบ้าง.....

    1.เลือกหูที่เน้นพากษ์ในเวทีและตู้ใหญ่เป็นหลัก เราสังเกตุง่ายๆ คือ หูที่พากษ์ในเวทีหรือตู้ใหญ่ ราคาจะค่อนข้างรวดเร็ว ช้ากว่ากัน บวก ลบ ไม่เกิน 2 วินาที(เทียบจากคนที่ใช้หูข้างๆเรา)

    2.เลือกหูที่เน้น บรรยากาศ การเล่นภายในเวที สามารถเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆมาบอกแก่สมาชิกได้ เช่น บอกว่าขาใหญ่คนนั้นคนนี้กำลังเข้ามวยตัวนี้ มีฉีดยานักมวยเท่านั้นเท่านี้ แจ้งราคาต่อรองรอดไม่รอด หรือไล่ไม่ไล่แก่สมาชิก เพื่อชิงความได้เปรียบ แม้กระทั่งคะแนนที่ประกาศก่อนล่วงหน้าและคะแนนอกมาผิดปกติ(บางช่องจะมีการประกาศคะแนนก่อนที่คนพากษ์จะมาประกาศให้คนที่ชมหน้าจอรับทราบ) เพราะสิ่งเหล่านี้เราสามารถ นำมาร้องเล่นเป็นราคาต่อรองได้ และเราจะได้เปรียบคนอื่นค่อนข้างมาก

    3.เราไม่ต้องไปหามวยหูที่บอกว่า มวยตัวนั้นจะล้มจะมีงาน เพราะส่วนมากมวยพวกนั้นะเป็นการขายเบอร์ทั้งสิ้น พยายามหาหูที่เน้นบอก สภาพนักมวยหลังชั่งน้ำหนัก และ สภาพการซ้อม เพราะเราเล่นมวยมาสู้ได้เปรียบกว่าหามวยล้มมาเล่น

    4.เลือกหูที่มีตัวตนจริง เคยเห็นรูป เห็นหน้าตาจริงๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะยืนยันได้ว่าผู้ให้บริการกล้าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง บางกลุ่มบางพวกพอหูเก่าเริ่มไปไม่ไหว ก็เปลี่ยนชื่อ แซ่ แล้วก็มาหลอกให้บริการใหม่ หลอกผู้ใช้บริการที่ไม่รู้อีกครั้ง

    เพียง4ข้อเท่านี้ ท่านก็จะได้หูที่เรียกว่า"คุณภาพ"มาใช้แล้ว ไม่ต้องไปดิ้นรนหาหูที่จะให้มวยล้มหรอก เพราะนั่นจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีที่ได้รับ....

    ทีนี้เรามาดูวิธีการเล่นหน้าตู้ ในแต่ล่ะช่องดูนะครับ ว่าแต่ล่ะช่องควรเล่นแบบไหน...

    ช่อง 3 ศึกจ้าวมวยไทย........

    ช่อง 3 นั้น เป็นเวทีมวยที่ไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านเค้า เหตุเพราะเป็นเวทีมวยขนาดเล็ก และ แคบ ทำให้มวยประเภท เดินอัดเดินชน ปั๊มเข่าจะค่อนข้างได้เปรียบ เพราะพวกมวยฝีมือจะหนีค่อนข้างยาก และบรรดาขาใหญ่ทั้งหลาย นอกจากจะรวมตัวกันในวันธรรมดาที่ลุมพินีและราชดำเนินแล้ว ก็จะมารวมตัวกันในเวทีอ้อมน้อยกันเยอะมาก เรียกว่า เสือ สิงห์ มารวมกันที่นี่ทั้งนั้น ทำให้เกิดการปั่นราคาและดันราคาได้สบายๆ กรรมการมักจะตัดสินตามกระแสการเล่น น้อยครั้งมากที่จะมีการตัดสินสวนราคา เวทีอ้อมน้อยนั้นไม่เสมอไปที่มวยต่อจะชนะ เราควรดูทิศทางลมให้ดีว่าขาใหญ่จ้องจะเข้าตัวไหน บางครั้ง3ยกราคาไหลไปหลายหนึ่ง แต่พอยก4ขาใหญ่ช้อนรอง ราคาก็พร้อมจะข้ามฟากได้เลย ฉะนั้นการเล่นมวยอ้อมน้อยจึงถือว่าเล่นค่อนข้างยาก เราไม่ควรรีบเล่นควรดูทิศทางลมดีๆก่อนจิ้ม โดยยึดหลัก "เล่นมวยรอง ตัวใหญ่ เข่าในเหนียว" เอาไว้ก่อน เพราะได้เปรียบแน่นอน บรรยากาศ เสียงเชียร์ ก็เป็นส่วนสำคัญของวิกนี้ เพราะสามารถกดดันกรรมการได้ดีเลยทีเดียว สำหรับช่องนี้มวยที่มักจะมีปัญหาจะอยู่คู่ที่ 4 เป็นประจำ ยังไงเวลาเล่นคู่สุดท้ายก็ระวังตัวกันด้วยนะครับ.....

    ช่อง7 มวยไทย7สี

    ช่องนี้มีจุดเด่นที่บรรยากาศการเล่น เพราะขาใหญ่ส่วนมากจะไม่ได้เข้าเวทีกัน แต่จะไปรวมตัวกันที่ตู้บางบอนหรือตู้อดิศร สระบุรี ทำให้ในเวทีมีแต่บรรดาขาเล็กขาลีบเป็นส่วนใหญ่ ทำให้บรรยากาศการเชียร์สนุกคึกคักเหมือนเชียร์มวยล้อมผ้า และกรรมการกล้าตัดสินสวนราคาหลายต่อหลายครั้ง เพราะกรรมการไม่กลัวบรรดาขาใหญ่อยู่แล้วเนื่องจากไม่มีการเก็บเงินค่าผ่านประตูแต่เป็นการรับบริจาคแทน ซึ่งบางครั้งเราจะเห็นว่า ราคาในเวทีสวนกับราคาหน้าตู้ เป็นเพราะขาใหญ่ที่เล่นหน้าตู้บางครั้งได้มวยมาก็จะเล่นตัวนั้นตัวเดียวแต่เมื่อในเวทีรู้ราคาหน้าตู้ว่าสวนทางกับภาพที่เห็นบนเวที ก็จะเกิดการโห่ บีบนักมวย และหลายๆครั้งก็จะเกิดการไล่นักมวยโชคร้ายรายนั้น เพียงเพราะข้อหา ชกแล้วราคาสวนทางกัน.....หลักการในการเล่นมวยช่อง7 ควรหลีกเลี่ยงต่อมวยราคาแพงๆ เพราะมวยวิกนี้พลิกง่าย เสียงเชียร์ดังๆหน่อยก็พ้อมจะพลิกให้แล้ว บางครั้งราคา10/1 พวกขาเล็กๆไล่รองคนล่ะร้อย สองร้อย แต่เชียร์เหมือนเล่นเป็นหมื่น ราคาก็พร้อมจะไหลรองและข้ามฟากได้ตลอด ควรเล่นมวยรองที่ดูฝีมือจัดๆ เพราะเวทีนี้นิยมมวยที่ฝีมือจัดชกทรงหนีแต่มีโต้ตลอด ไม่นิยมทรงมวยไล่ปล้ำไล่ฟัดเท่าไหร่นัก ที่สำคัญเมื่อเข้ามวยช่องนี้ถูกตัวและมีราคาบ้าง ควรออกตัวให้ไว ได้น้อยย่อมดีกว่าเสีย........ที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือ มวยช่อง7นี้การตัดสินมักจะค่อนข้างเอนเอียงเข้าข้างมวยคนจัดอยู่บ้าง กรณีมวยสูสีมักจะได้เปรียบอยู่ตลอด ซึ่งแม้บางครั้งเราไม่ชอบมวยคนจัดหรือมวยในเครือของโปรโมเตอร์แต่เพื่อปากท้องเราต้องเล่น อย่าไปฝืนกระแสหรือก่อการแอนตี้ เพราะนอกจากจะเสียเงินแล้วยังเสียจิตอีกด้วย สำหรับมวยที่มีปัญหาของคู่นี้ มักจะเกิดที่คู่2 เป็นประจำ เวลาเล่นมวยคู่ที่2 ควรดูให้ดีด้วย.......

    ช่อง9 อัศวินดำ

    มวยช่องนี้ ถือว่าเป็นเวทีของท่านต่อโดยเฉพาะ เพราะราคาส่วนใหญ่จะมาจากนักส่งราคาหูทั้งนั้น และกรรมการก็มักจะไม่ชูสวนเท่าไหร่ แต่ถ้าสวนมาทีก็เจ็บหนักเลย เพราะมีบางครั้งนานๆหน กรรมการจะบ้าจี้ชูสวนสักครั้งและแต่ล่ะครั้งก็ไม่ต่ำกว่า50/1ทั้งนั้น แต่โอกาสสวนแบบนั้นน้อยมาก วิธีเล่นช่องนี้ ไม่ควรไปเล่นสวนกระแสขาใหญ่ ต้องไหลตามทิศทางลมไปเลย โดยเฉพาะมวยในเครือ ปิ่นสินชัย แม้ว่าจะดูเสียเปรียบยังไง ขึ้นไปก็ต้องเล่น เพราะวิกนี้มวยค่ายปิ่นสินชัยแทบบอกได้เลยว่า แพ้ยากมากกกกก....

    ช่อง NBT มวยดีวิถีไทย

    สำหรับช่อง NBT นั้น เป็นเวทีที่เล่นค่อนข้างยากมาก เพราะถือเป็นแหล่งรวมของวิชามารต่างๆ ทั้งมวยล้้ม มวยรู้กัน มวยของต่างๆ ราคามักจะไหลต่อไหลรองแบบวูบวาบ และส่วนมากราคาในเวทีกับหน้าตู้มักจะสวนทางกันแบบชัดเจน เหตุเพราะว่าเวทีแห่งนี้ถือเป็นเวทีภูธรที่มีกระแสการเล่นได้เสียของข้างเยอะ และส่วนมากบรรดาเซียนขาใหญ่มักจะไปรวมตัวกันที่หน้าตู้ หากมีมวยที่มีงาน ราคาหน้าตู้มักจะผิดกับในเวที มวยช่องNBTนี้ มักจะนำเอามวยเก่า หรือ บรรดามวยภูธรมาชก เพราะหากใครทำฟอร์มดีก็จะนำไปต่อยอดในรายการใหญ่ๆต่อไป ฉะนั้นหากจะเล่นมวยช่องนี้ต้องสืบให้ลึก สืบให้ถึง และอย่าหลงกระแสการเล่น ไม่ควรรีบเข้าตัวในช่วงยกแรกๆ เพราะจะเสียเปรียบทันที ควรดูองค์ประกอบหลายๆอย่าง หน้าเสื่อ รูปทรงการชก กระแสการเล่น ราคาหน้าตู้ผิดปกติหรือไม่ แล้วค่อยเข้าตัวจะปลอดภัยที่สุด และที่สำคัญหากเล่นมวยช่องนี้ ควรออกตัวบังทุนทุกครั้ง เพราะมวยช่องนี้เป็นเวทีพลิกกินราคาแพงๆโดยเฉพาะ ต้องระวังในการเล่นให้ดี

    ทั้งหมดเป็นเทคนิคการเล่นมวยทั้ง 4 ช่องหลักๆนะครับ ทีนี้เรามาลองดูว่าเวลาเราอยู่หน้าตู้ เราจะหยิบเอาเงินในกระเป๋าคนอื่น มาไว้ในกระเป๋าเราได้อย่างไร..

    เวลาเราอยู่หน้าตู้เราควรยึดหลักดังนี้....

    1.ควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายต้องพร้อม ถ้าเราง่วงเหงาหาวนอนไปเล่นมวย ก็ไม่ต่างอะไรจากซากศพที่ไปยืนเชียร์มวย และประสาทสัมผัสการตอบสนองก็จะช้ากว่าคนอื่นเค้า อย่าเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะมันส่งผลโดยตรงเลยทีเดียว...........

    2.ควรสืบข้อมูลพื้นฐานของนักมวยแต่ล่ะตัวให้ดี ไม่ต้องสืบถึงเชิงลึกว่ามวยตัวนี้จะมาสู้หรือไม่สู้ เพียงสืบข้อมูลพื้นฐานว่า มวยตัวนี้เป็นยังไง ถนัดอาวุธประเภทไหน ชอบดึงราคาหรือไม่ เคยมีประวัติล้มมวยหรือป่าว เช่นมวยเข่าเราก็ต้องดูยก4-5 ช่วง3ยกแรกอาจจะเป็นรอง หรือมวยตัวนี้หมัดหนักมั้ย ถ้าหมัดหนักต้นๆก็อันตรายหรือแม้แต่4ยกผ่านไปดูเสียเปรียบเยอะราคาไหลไปอีกฝั่งไกลแล้วเราก็ไม่ควรที่จะต่อแพงนัก เพราะมวยหมัดถ้าลองจับโบ๊ะเข้าคางได้ ท่านต่อก็พร้อมนอนลงพยบาลได้เหมือนกัน.............

    3.พยายามยืนใกล้ๆกับคนที่ไม่ได้เล่น"หู" เพราะเราจะได้เปรียบเรื่องราคาค่อนข้างชัดเจน พยายามอย่าร้องราคามาก ปล่อยให้คนอื่นร้องถ้ามีใครร้องผิดราคาให้สะกิดเบาๆอย่าทำให้เค้าตกใจ เราะเค้าอาจจะไม่เล่นก็ได้ บางคนจะโชว์พาว พยายามร้องราคาแหกปากเล่นตลอด แต่แบบนั้นทำให้เสียเปรียบในการเล่น เพราะแทนที่คนรองจะกล้ารองแต่พอเห็นราคาไม่ดีแล้วคนก็ไม่กล้าที่จะรอง.........

    4.อย่าอวดรู้และอวดภูมิในการรู้มวยมากนัก บางคนมักจะคุยโขมงเลยว่ามวยตัวนั้นเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ไปบอกเค้าซะหมด ไอ้ที่จะได้กินคนอื่นก็เลยอดแหร่กไปด้วย.............

    5.เล่นมวยควรมีสติและสมาธิในการเล่น ไม่ใช่มีหูก็ฟังแต่หู ควรดูมวยในเวทีประกอบด้วยว่าน่าต่อ น่ารอง เหมือนที่หูรายงานหรือไม่ เพราะถ้าเชื่อหูซะหมด ตายคาหูมานักต่อนักแล้ว...................

    6.ควรดูทุนทรัพย์เราด้วยว่ามีมากน้อยแค่ไหน อย่าเล่นเกินตัวเกินกำลัง และสิ่งที่สำคัญที่สุด ควรออกตัวกินสองข้าง อย่าโลภ อย่าวัดดวง ได้น้อยย่อมดีกว่าเสีย แม้การวัดดวงจะถือว่า 50/50 แต่ส่วนมากจะยืนระยะไม่ได้นาน อย่างผมจะถือคติที่ว่า"การพนันอะไรก็แล้วแต่ ถ้าวัดดวง50/50 ผมไม่เล่น" การพนันเราต้องได้เปรียบเค้าให้มากที่สุด ถ้ารู้ว่าคู่ไหนเราเสียเปรียบไม่ต้องรีบร้อนที

    [ลงล่าง]
    หน้าทั้งหมด :: 1
     
    ความคิดเห็นที่ 1 
    วันที่ / เวลา 05 พ.ค. 2560 16:37:02  
    โดย ขาใหญ่  
    IP. 124.121.198.85
       

    ช่วงนี้กำลังฮิต หลังจากสอนนักมวยถึงทรงมวยที่ได้เปรียบแล้ว ต่อไปนี้จะสอนการดู"ล้มมวย" ซึ่งเราจะสามารถมองเห็นจุดด้อย จุดบอด จุดเสี่ยงของการชก จะได้ระวังให้มากๆ

    การจะ"ล้มมวย"มันมีหลายวิธี ดังนี้
    1.เตะซ้ำ...จะทำให้เสียคะแนน เสียเครดิต เพราะเวลามวยเบียดๆแพ้ชนะกรรมการเขาจะดูที่ทรงมวย ถ้าเราเอาเปรียบคู่ต่อสู้ เราจะแพ้ได้เลยถ้าเจตนา

    2.จับเชือก...เวลาสู้เข่าในหรือเตะ ถ้าเราจับเชือกเตะเราจะได้ลูกหนักแรงแต่ข้อเสียคือ การเอาเปรียบคู่ต่อสู้ ตรงนี้จะไม่ได้คะแนนและจะถูกเตือน ถ้าเราหนีบเชือกเด้งตี จะได้อาวุธที่หนักแรง แต่ถือว่าเอาเปรียบคู่ต่อสู้ เราจะถูกเตือนและไม่ได้คะแนน เวลาตัดสินหาตัวคนชนะ ถ้ามวยสูสีเขาให้ดูที่ทรงมวย ถ้าใครเอาเปรียบคู่ต่อสู้ และกรรมการเตือน นักมวยคนนั้นจะแพ้เลย ดังนั้นต้องระวังลูกเตือน และการเอาเปรียบคู่ชกเสมอ ถ้าเรากำลังจะเสียหลักล้มแล้วมือไปจับเชือก ตรงนี้ไม่เสียคะแนนและไม่มีผลจำไว้ให้ดี

    3.จับขาไถนา...เมื่อก่อนสามารถทำได้ แต่สมัยนี้ตั้งเป็นกฎแล้ว ห้ามจับขาไถนา ถ้าจับขาได้ต้องออกอาวุธ หรือไถนาเททิ้ง แต่ต้องไม่เกินสามก้าว ถ้าเกินต้องปล่อยมือทันที หรือกรรมการจะแยกทันที ในกรณีที่จับขาแล้วก้าวเดินเกินสามก้าวแล้วเราออกอาวุธ เราจะโดนเตือน ถ้ามวยสูสีเราจะแพ้ทันที ให้ระวังจุดนี้ดีๆ

    4.แทงกระจับ...ถ้าตั้งใจแทงกระจับ เราจะเสียคะแนนและแพ้ได้ เพราะถือว่าเอาเปรียบคู่ต่อสู้ เราแทงเพื่อให้คู่ต่อสู้อ่อนแรงลง แล้วเราจะได้เปรียบ ดังนั้นการแทงเข้าต้องระวังให้มากๆ ไม่จำเป็นอย่าแทงใกล้กระจับ เพราะอาจพลาดได้ ถ้าแทงกระจับโดยไม่ตั้งใจ แต่คู่ชกนอนโอดโอย เเละไม่ลุกขึ้นมาสู้ต่อ เราคนแทงจะแพ้ฟาร์วทันที ดังนั้นให้ระวังมากๆเวลาแทงเข่าแถวๆกระจับ

    นี่เป็นลูกเตือนต่างๆจากกรรมการที่สามารถทำให้เราแพ้ได้ทันที แต่มีอีกรูปแบบที่เราสามารถทำได้โดยไม่ถูกเตือน แต่สามารถที่จะแพ้ได้ทันทีมีดังนี้

    1.คายฟันยาง...มวยเบียดสูสีกำลังหาตัวคนชนะ กรรมการเขาจะดูที่ระบบหายใจ ใครหายใจเหนื่อยมากกว่า แสดงว่าไม่แข็งแรง กรรมการจะให้คะแนนแก่คนที่แกร่งกว่าเสมอ ถ้าคนไหนคายฟันยาง แสดงว่าเหนื่อยหายใจไม่ทันเลยคายฟันยาง นักมวยคนนั้นจะเสียหายเรื่องความแข็งแรง ถ้ามวยเบียดสูสี นักมวยคนนั้นจะแพ้ได้เลย

    2.มวยเบียดๆสูสีกำลังหาตัวคนชนะ ถ้านักมวยคนหนึ่งหันข้าง หันหลังเดินรอบเวที ตัวนั้นจะแพ้ทันที เพราะอาการมันจะบ่งบอกว่าหมดแรง กรรมการจะให้แพ้ทันที ตรงนี้ให้ระวังมากๆโดยเฉพาะคนเล่น ถ้ามันชกมาดีแล้วหันหลังเดินรอบเวที วิ่งให้ไว หาทางออกจากสนามให้เจอ เพราะมันยอมแพ้แล้วนั่นเอง...อิอิ

    3.ปล่อยหน้าปล่อยการ์ด...แบบนี้มันส่งสัญญานให้คู่ชก ถ้าคุ่ชกต่อยหรือฟันศอก ถึงโดนไม่เต็ม มันก็พร้อมจะทิ้งตัวทันที นักมวยจะทำแบบนี้ถ้าจะล้ม ถือว่าเลือกแบบที่อ่อนมากๆ เทคนิคการล้มแบบนี้ถือว่าเชยมากๆและล้าสมัย เพราะทุกวันนี้มันมีกล้องที่บันทึกภาพได้ละเอียดและชัดเจน ภาพมันจะฟ้องได้

    การล้มมวยทุกวันนี้มีหลายแบบทั้งผลัดกันทำ และรู้กัน จะปล่อยยกไหน จะทิ้งตัวยกไหน รูปแบบมันพัฒนามากขึ้น เราคนเล่นต้องรู้เท่าทันมัน และประยุคการเล่นให้สอดคล้องกับรูปแบบบนเวที

    ี มวยล้มจะสังเกตุได้จากหลายองค์ประกอบดังต่อไปนี้
    1.จากราคาต่อรองบนล้อคหรือหน้าตู้ ส่วนมากมวยล้มจะเล่นกันหน้าตู้ เพราะตัวเงินมันเยอะเล่นได้เสียกว่าในเวที ดังนั้นถ้าราคาในเวทีอยู่แดง แต่หน้าตู้เล่นน้ำเงิน เราคนเล่นต้องเล่นตามหน้าตู้ทันที

    2.ราคาเรต...ถ้ามวยดูไม่ห่างแต่ราคาเรตขยับไหลต่อทางฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินอาวุธและทรงมวย ให้สันนิษฐานได้เลยว่ามวยตัวนั้นๆคู่นั้นๆต้องมีอะไรแน่นอน การเล่นต้องหยุดทันที คนเล่นเขารู้อะไร เขาเห็นอะไร ทำไมถึงแย่งกันต่อ แย่งกันรอง สมองเราต้องคิดและหยุดเล่นทันที

    3.ราคาพลิกไปมา นักมวยเปลี่ยนกันทำ ผลัดกันเป็นต่อ ผลัดกันเป็นรอง มวยแบบนี้ให้สันนิษฐานได้เลยว่าต่อยรู้กัน พวกคนเล่นจะปั่นราคาต่อรองกินสองข้างเสมอ ใครแพ้ชนะพวกเราจะรู้และกำหนดไว้แล้ว เหลือแต่เล่นร้องโยกหลอกพวกเราให้ติดกับดัก ใครแพ้ชนะพวกมันก็ได้เงิน ดังนั้นถ้ามวยออกอาวุธต้องเป็นต่อ แต่ราคากลับไหลรอง ให้สังเกตุให้ดี ดังนั้นให้หยุดเล่น อย่าแห่เล่นตามเขาเป็นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ จำเทคนิคนี้ให้ดีถ้ามวยต่อยรู้กัน ราคาจะวิ่งสวนทรงมวยเสมอ....

    เล็กๆน้อยๆค่อยๆเรียนรู้กับ อ.สมคิด (ขาใหญ่) ชี้ตัวได้เปรียบ
     
     
    ความคิดเห็นที่ 2 
    วันที่ / เวลา 10 พ.ค. 2561 06:58:09  
    โดย เต้ เยาวราช  
    IP. 1.10.247.24
       

    สำหรับเรื่องเล่าวันนี้ เราจะมาลองทบทวนเทคนิคต่างๆของมวยที่"อยากแพ้" ซึ่งในทุกวันนี้เราได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ทั้งมวยที่ตั้งใจมาแพ้แบบน่าเกลียดหรือที่เรียกว่า"อ่อนเชิง" หรือมวยที่ตั้งใจมาแพ้แบบเหนือชั้นหรือที่เรียกว่า"ขั้นเทพ" ซึ่งหลายๆครั้ง ความพ่ายแพ้ของมวยเหล่านี้ก็เป็นที่เคลือบแคลงและสงสัย บางครั้งก็อาจจะไล่เรียงสอบสวนจนนักมวยรับสารภาพ แต่ในบางครั้งนักมวยก็ปฎิเสธเสียงแข็งทั้งๆที่ในรูปเกมส์ค่อนข้างบ่งชี้ว่านักมวยรายนั้นมีเจตนาคิดไม่ซื่อกับวิชาชีพตนเอง "เทคนิค มวยอยากแพ้"นี้ผมได้รวบรวมมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการเดินสายดูมวยล้อมผ้าและได้ดูการถ่ายทอดสดรวมถึงตามเวทีมาตรฐานต่างๆ เพราะมวยล้อมผ้านั้น การที่นักมวยตั้งใจมาแพ้มักมีรูปแบบใหม่ๆมาเสมอ และค่อนข้างจับยากกว่า ผิดกับตามเวทีมวยตู้ต่างๆซึ่งมีเซียนขาใหญ่คอยสอดส่องดูความน่าสงสัยอยู่แล้ว นักมวยที่คิดไม่ซื่อจึงมักไม่รอดสายตาของเซียนเหล่านี้ไปได้ การที่ผมนำมารวบรวมครั้งนี้เพียงเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้คิดย้อนกลับไปมองมวยที่เคยชกแล้วน่าสงสัยที่ผ่านๆมา และได้เป็นข้อสังเกตุวิธีการชกของนักมวยว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ เพื่อที่จะได้ระวังตัวกันเอาไว้และไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกทรยศวิชาชีพตัวเองพวกนี้...

    วิธีที่1.แบบเด็กอมมือ คือการ "ตั้งใจมานอน" เทคนิคนี้หลายๆคนคงเคยเห็นจนชินตา บางครั้งนักมวยรายนั้นก็ทำสำเร็จแต่ส่วนมากมักไม่รอดจากการถูกอัญเชิญลงเวทีด้วยข้อหา"ชกไม่สมศักดิ์ศรี"ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ โอกาสที่จะทำสำเร็จมีไม่น่าถึง 40เปอร์เซนต์ ด้วยซ้ำ วิธีการก็ไม่มีอะไรมาก แค่ช่วงต้นเร่งให้เยอะๆทำราคาให้ไหลไปสัก2/1,3/1 แล้วก็หาจังหวะเหมาะๆที่คู่ต่อสู้เหวี่ยงหมัด เท้า เข่า ศอก มาเฉี่ยวๆ และก็ทิ้งตัวนอนแน่นิ่งหมดสติไปเลย ซึ่งวิธีนี้ถึงแม้จะทำสำเร็จก็มักจะถูกเก็บเข้ากรุและไม่มีโอกาสมาชกในรายการนั้นๆอีก ซึ่งก็มีให้เห็นมาแล้วหลายๆต่อหลายครั้ง

    วิธีที่2.ขั้นหัดคลาน คือการ "แกล้งลดน้ำหนักเยอะๆ" วิธีนี้ค่อนข้างได้ผลแต่มักจะไม่ค่อยได้เสียในมุมธุรกิจ เพราะส่วนมากเมื่อคนสืบรู้เรื่องการลดน้ำหนักเยอะๆแล้ว ราคามักจะเหวี่ยงไปทางตรงกันข้ามซะมากกว่า ส่วนมากจะใช้ในการเป็นข้ออ้างเมื่อนักมวยแพ้ เพราะตามปกติเมื่อมวยลดน้ำหนักเยอะแล้ว ขึ้นมาอัตราต่อ-รอง มักให้ทางคู่ชกเป็นต่อ และเมื่อนักมวยที่ลดน้ำหนักเยอะเร่งช่วงต้นๆทำให้ราคาลดลงหรือบางครั้งอาจจะข้ามมาเป็นต่อด้วยซ้ำ ทำให้เป็นโอกาสของพวกนี้ที่จะช้อนรองอีกระลอก และสุดท้ายก็เหิ่ยวปลายและอ้างว่า การลดน้ำหนักเยอะส่งผลให้"หมดแรง"ในยกท้ายๆ วิธีนี้กรรมการมักตามไม่ทัน ถือว่าเป็นวิธีที่แสบเอาการเลยทีเดียว

    วิธีที่3.ขั้นอนุบาล วิธีการคือ "คายฟันยาง" วิธีนี้เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ บางครั้งรูปมวยกำลังสูสี ชิงดำ แต่นักมวยรายนั้นกลับคายฟันยางออกมาดื้อๆ ทั้งๆที่ดูสภาพแล้วยังไม่หมดแรงถึงขนาดหายใจไม่ทัน ทำให้ราคาต่อ-รอง เป็นรองคู่ชกสุดกุ่ และก็พ่ายแพ้ไปในที่สุด วิธีนี้ค่อนข้างทำให้คนที่เล่นนักมวยรายนั้นหัวเสียและเสียเงินค่อนข้างมาก เพราะส่วนมากจะเป็นจังหวะที่เข้าด้ายเข้าเข็มเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะออกตัวก็คงไม่ทันแล้ว เป็นวิธีที่คลาสสิควิธีหนึ่ง ซึ่งทำได้ง่ายและค่อนข้างปลอดภัยจากการโดนโห่ นักมวยที่คิดไม่ซื่อหลายๆรายมักใช้วิธีนี้ ซึ่งคนที่เล่นมวยตัวนั้นไว้คงทำอะไรไม่ได้ นอกจาก"ทำใจ"อย่างเดียว

    วิธีที่4. ขั้นเด็กประถม วิธีคือ "แกล้งทำฟาล์ว" วิธีนี้ เป็นวิธีที่ค่อนข้างชั้นสูงขึ้นมา เพราะนักมวยที่จะทำวิธีนี้มักเป็นพวกที่กระดูกเก๋า การผ่านมวยเยอะ และค่อนข้างเหนือกว่าคู่ชกอยู่พอสมควร โดยรูปเกมส์จะทำคะแนนนำไปห่ าง ราคาต่อ-รองก็ไม่ต่ำกว่า 3/1 และเมื่อถึงกลางยก4 ก็มักจะออกลูกเกเร โดยการแกล้งเตะซ้ำคู่ต่อสู้เมื่อคู่ต่อสู้ล้มลง เหลือการแกล้งเกี่ยวเชือก การตีเข่าที่บริเวณกระจับ การขัดขา ซึ่งเมื่อกรรมการเตือนหลายๆครั้งและรุนแรงขึ้น อัตราต่อ-รองต้องลดลงเป็นธรรมชาติเพราะเหมือนนักมวยรายนั้นถูกคาดโทษและห มายหัวเอาไว้แล้ว ถ้าคู่ชกเร่งขึ้นและทำได้เพียงนิดหน่อย ราคาต่อ-รองพร้อมบรรยากาศภายในเวทีพร้อมที่จะนำให้คู่ชกชนะได้สบายๆ วิธีนี้เซียนมวยมักไม่ค่อยสงสัยแต่จะรู้สึกหงุดหงิดและด่านักมวยรายนั้นค่อนข้างรุนแรง ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็คือวิธีการหนึ่งที่ทำให้ตัวเอง"แพ้"เท่านั้นเอง

    วิธีที่5. ขั้นมัธยม วิธีการคือ "แกล้งตกเวที" วิธีนี้เป็นวิธีชั้นสูงที่ค่อนข้างต้องใช้ประสบการณ์เยอะ ส่วนมากมวยใหม่ๆมักไม่ทำกัน(เพราะอาจทำไม่เนียน) วิธีนี้เป็นวิธีที่ค่อนข้างได้ผลชะงัด โดยเฉพาะมวยที่กำลังบี้กันมาแบบสูสี ถ้าใช้วิธีนี้เชื่อขนมกินได้เลยว่านักมวยรายนั้นต้องแพ้แน่ๆ โดยนักมวยที่เคยออกมายอมรับว่าใช้วิธีนี้เพื่อ"ล้มมวย"จนเป็นข่าวโด่งดังเมื่อหลายปีก่อนก็คือ "นิลมงคล แก่นนรสิงห์" ซึ่งไฟท์นั้นชกกับ "สิทธิศักดิ์ เซ็งซิวอิ๊วยิม"ในรายการมวย7สี คู่เอก โดยรูปเกมส์วันนั้นบี้กันมาจนถึงยกที่5 และจังหวะที่นิลมงคลกำลังปล้ำกันกับสิทธิศักดิ์ และนิลมงคลก็โดนบิดจนล้มตกเวทีไป ซึ่งไม่มีใครสงสัยและติดใจอะไรกับการพ่ายแพ้ครั้งนั้น แต่สุดท้าย "สมรักษ์ คำสิงห์"ก็เป็นผู้ที่เปิดโปงความจริงทั้งหมด ว่า"นิลมงคล"ล้มมวยด้วยลูกตกเวทีจริง ทำให้นิลมงคลต้องกลายเป็น "ซามูไรพเนจร"และไม่ได้หวลกลับคืนสู่สังเวียนเมืองกรุงอีกเลย

    วิธีที่6. ระดับมหาวิทยาลัย วิธีคือ "การแกล้งไปอ้วกที่เวที" วิธีนี้ถ้าเป็นในเวทีเมืองหลวงหรือเวทีมาตรฐานมักจะไม่ค่อยได้เห็นกัน แต่ถ้าเป็นเวทีล้อมผ้าจะได้เห็นวิธีนี้บ่อยๆ ซึ่งเมื่อใช้วิธีนี้แทบร้อยทั้งร้อย มักจะรอดจากการโดนอัปเปหิลงเวที เพราะใครก็มองว่าโดนหนักถึงขนาดอ้วกคงไม่ได้คิดไม่ซื่อแน่ๆ แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป ซึ่งหลักการทานอาหารของนักมวยต้องทานก่อนขึ้นชกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4ชม. เพื่อให้อาหารได้ย่อยให้หมด แต่นักมวยบางรายที่ต้องการไปอ้วกที่เวที จะทานอาหารก่อนขึ้นชกประมาณ15นาทีหรือครึ่งชั่วโมง โดยทานอาหารหนักๆโปรตีนเยอะๆและทานน้ำมากๆ เมื่อขึ้นเวที2ยกแรกอาการจะไม่ออกเท่าไหร่เพราะร่างกายยังดีอยู่ แต่เมื่อเข้าสู้ยกที่3ร่างกายเริ่มขาดน้ำประกอบกับเริ่มโดนอาวุธคู่ต่อสู้มากขึ้น โดยเฉพาะโดนบริเวณท้องน้อย จะทำให้ร่างกายขับของเก่าออกมาแบบอัตโนมัตทันที ซึ่งสภาพแบบนี้กรรมการส่วนมากจะสมเพชมากกว่าที่จะมามองว่าล้มหรือไม่ล้ม และมักจะชูมือให้ฝ่ายตรงข้ามชนะไปแบบ "มีกลิ่น" ทั้งเวที ถือเป็นกลยุทธที่"ขั้นเทพ"มากๆ และเชื่อว่าวิธีนี้ ก็จะต้องมีคนนำมาใช้อีกต่อไปแน่นอน

    ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนน้อยของ "เทคนิค มวยอยากแพ้"ที่ผมรวบรวมมา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันยังมีวิธีการอีกเยอะมากและก็มีรูปแบบใหม่ๆเพิ่มมาเรื่อยๆ ซึ่งต่อให้เราไล่ตามเท่าไหร่ก็ยากที่จะไล่ตามทันคนพวกนี้ได้ เพราะเราจะมาหวังหรือเรียกร้องหาความโปร่งใสในวงการพนันมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว สุดท้ายก็อยู่ที่ว่าเรารู้ทันหรือตามกลโกงของกลุ่มคนเหล่านี้ได้มากแค่ไหน เพื่อรักษาเงินในกระเป๋าของเราเอาไว้ และสิ่งที่ผมนำมาให้อ่านนี้ หวังเพียงน้อยนิดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้หรือผู้ที่รู้แล้วก็อาจจะได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาได้บ้าง เพราะยังไงซะ..เราก็คงไม่เลิกที่จะเสี่ยงดวงกับวงการนี้อยู่แล้ว ถ้าสมาชิกท่านใดมีข้อมูลวิธีการเพิ่มเติมหรือข้อเสนอแนะ ก็สามารถโพสตอบไว้ได้เลยนะครับ เพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์กับสมาชิกท่านอื่นต่อไป...

    ขอให้ทุกท่านโชคดี กับข้อมูลที่มีให้กันครับ
    "ผมไม่ใช่เซียน แต่ก็ไม่ใช่หมูให้ใครมาเชือด"
     
     
     
    หน้าทั้งหมด :: 1
    [หน้าแรก I ขึ้นบน]
     
     
    .